แบบฝึกหัดบทที่ 3
ตอนที่1
1. องค์ประกอบพื้นฐานของระบบคอมพิวเตอร์ มีองค์ประกอบที่สำคัญ 4 อย่าง ได้แก่
- 1.ฮาร์ดแวร์ Hardware
2.ซอฟต์แวร์ Software
3.บุคลากรPropleware
4.ข้อมูลData/Information
2. การทำงานของฮาร์ดแวร์แบ่งออกเป็น 5 หน่วย ได้แก่
- 1. หน่วยนำข้อมูลเข้าInput Unit
2. หน่วยประมวลผลกลางCentral Processing Unit
3. หน่วยความจำหลักPrimary Storage
4. หน่วยเก็บข้อมูลสำรองSecondary Storage
5. หน่วยแสดงผลOutput Unit
3.หน่วยนำข้อมูลเข้า Input Unit ทำหน้าที่
- หน่วยนำข้อมูลเข้าทำหน้าที่รับข้อมูลหรือคำสั่งจากผู้ใช้เข้าสู้ระบบคอมพิวเตอร์ แล้วนำไปประมวลผล ได้แก่ เมาส์ คีบอร์ด จอสัมผัสหรือทัชสกรีน ปากกาแสง ไมโครโฟน
4.หน่วยประมวลผลกลางคือ หรือซีพียูโปรเซลเซอร์ หรือไมโครชิป คือสมองของพีซีที่ควบคุมการทำงานทั้งระบบ ภายในไมโครคอมพิวเตอร์ มีหน้าที่ควบคุมการทำงานและประมวลผลข้อมูลที่ได้จากหน่วยนำข้อมูลเข้า ตามคำสั่งต่างๆ ในโปรแกรมที่เตรียมไว้และส่งต่อไปยังส่วนแสดงผลข้อมูล
มีองค์ประกอบคือ
- หน่วยควบคุม
- หน่วยคำนวณและตรรกะ หรือ เอแอลยู
5.หน่วยความจำหลักมี 2 ประเภท ได้แก่
- หน่วยความจำแบบอ่านอย่างเดียวหรือหน่วยความจำถาวร เรียกว่า ROM
- หน่วยความจำหลักแบบแก้ไขได้เรียกว่า RAM
6.หน่วยความจำถาวร (ROM) คือ
- หน่วยความจำแบบอ่านอย่างเดียวหรือหน่วยความจำถาวร เป็นหย่วยความจำที่เก็บชุดคำสั่งที่ใช้ในการเริ่มต้นในการทำงาน หรือชุดคำสั่งสำคัญของคอมพิวเตอร์
7.หน่วยความจำชั่วคราว (RAM) คือ
- หน่วยความจำแบบแก้ไขได้ หรือหน่วยความจำชั่วคราว ซึ่งเป็นที่เก็บโปรแกรมและข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ถ้าไม่มีหน่วยความจำนี้ ซีพีจะทำงานไม่ได้เลย เนื่องจากหน่วยความจำแรมเป็นที่เก็บข้อมูลทุกอย่างที่ซีพียูใช้ในขณะกำลังทำงานอยู่ เพราะอุปกรณ์ที่เก็บข้อมูลอื่น จะมีความเร็วในการอ่านช้ามาก
8.หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง (Secondary Storage) มีหน้าที่
- เพื่อจัดเก็บข้อมูลในรูปของสื่อต่างๆ ที่สามารถนำมาใช้ในอนาคตได้ เพราะไม่สามารถเก็บข้อมูลในหน่วยความจำหลัก เนื่องจากข้อมูลจะหายเมื่อปิดเครื่อง จำเป็นต้องหาอุปกรณ์ข้อมูลสำรอง
9.ซอฟต์แวร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
- 1. ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software)
2. ซอฟแวร์ประยุกต์ (Application Software)
10.พื้นฐานการทำงานของคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยหน่วย
- 1. หน่วยประมวลผลกลาง(Central Processing Unit)
2. หน่วยความจำหลัก (Primary Storage)
3. หน่วยความจำสำรอง (Secondary Storage)
4. หน่วยรับและแสดงผลข้อมูล (Input/Output Unit)
5. ระบบบัส (System Bus)
ตอนที่ 2
1.ข้อใดคืออุปกรณ์รับข้อมูล
- ง.ถูกทุกข้อ
2.อุปกรณ์ข้อใดสามารถแสดงผลของข้อมูลและนำเข้าข้อมูลได้
- ง.เครื่องอ่านบาร์โคด
3.หน่วยประมวลผลกลางมีองค์ประกอบที่สำคัญอะไรบ้าง
- ค.ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.
4.การแสดงผลข้อมูลบนจอภาพมีกี่ลักษณะ
- ก. 2 ลักษณะ
5.ข้อใดคือการทำงานแบบเท็กซ์โหมด
- ข. แสดงผลเฉพาะตัวอัษร
6.เมนบอร์ด (Mainbord) คืออะไร
- ง. แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์
7.ข้อใดคือลักษณะของจอแบบซีอาร์ที
- ก. การทำงานอาศัยหลอดแก้วแสดงผล
8.ซอฟต์แวร์ระบบคืออะไร
- ค. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.
9.ข้อใด ไม่ใช่ การทำงานของระบบปฏิบัติการ
- ง. ถูกทุกข้อ
10.ข้อใดคือระบบปฏิบัติการแบบโอเพ่นซอร์ส
- ง. ถูกทุกข้อ
11.solaris หมายถึงอย่างไร
- ก. ระบบปฏิบัตการเครือข่าย
12.โปรแกรมยูทิลิตี้ หรือเรียกกันว่าอย่างไร
- ข. โปรแกรมอรรถประโยชน์
13.ยูทิลิตี้ข้อใดติดตั้งมากับระบบปฏิบัติการวินโดวส์
- ก. โปรแกรม Windows Explrer
14.ข้อใดคือโปรแกรมสำเร็จรูปด้านธุรกิจ
- ง. Microsoft Excel
15.ข้อใดคือส่วนประกอบของหน่วยประมวณผลกลาง
- ง. ถูกทุกข้อ
วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2552
วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
.6บทที่ 2
ความหมายของคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์ (Computer) เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถอ่าน รับคำสั่ง แก้ไขปัญหา คำนวณ แสดงผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ความสำคัญของคอมพิวเตอร์คือ ความสามารถประมวลผลข้อมูลได้อัตโนมัติตามโปรแกรมที่มนุษย์สั่ง และแสดงผลลพธ์ออกมาทางอุปกรณ์แสดงผล โดยผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลคือข้อมูลหรือสารสนเทศ (Information)
ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์
เพื่อให้ผู้ที่ห่างไกลสามารถเข้ามาใช้และแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ง่าย เช่น การเชื่อมต่อผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็จ อำนวยความสะดวกในการทำงาน เช่น ควบคุมและตรวจสอบสินค้าคงคลังบันทึกข้อมูลและเรียกดูประวัติของนักเรียน นักศึกษา ดูแลระบบให้บริการลูกค้า เป็นต้น
(Electronic)มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่น
E-Banking ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์
E-Service บริการออนไลน์
E-Learning การเรียนการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
E-Society การพัฒนาด้านสังคม
E-Government การนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ประโยชน์ในการบริการ
ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ที่นิยมเอาไปใช้ในงานด้านต่าง ๆ
1. คอมพิวเตอร์กับการใช้งานของภาครัฐ คือ การนำเอาคอมพิวเตอร์เข้ามาประยุกต์ใช้งานทะเบียนราษฎร์ เช่น แจ้งเกิด ตาย ย้ายที่อยู่
2. คอมพวเตอร์กับงานธุรกิจทั่วไป คือ การนำเอาคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้งานเพื่อประโยชน์ของการประมวลผลที่รวดเร็ว
3. คอมพิวเตอร์กับงานสายการบิน คือ การนำเอาระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้เกี่ยวกับเรื่องของการสำรองที่นั่งผู้โดยสาร
4. คอมพิวเตอร์กับงานด้านการศึกษา คือ ปัจจุบันสถาบันต่าง ๆ ได้เน้นให้ความสำคัญกับการนำเอาคอมพิวเตอร์มาช่วยในด้านการเรียนการสอนหรือที่เรียกกันว่า E-Education
5. คอมพิวเตอร์กับธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้า เป็นการนำเอาระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการนำเข้าและการส่งออกสินค้า (Import/Export)
6. คอมพิวเตอร์กับงานธนาคาร เป็นธุรกิจที่แข่งขันกันมากด้านบริการโดยนำคอมพิวเตอร์มาช่วยด้านการให้บริการที่เรียกกันว่า "ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์"(E-Banking) เพื่อความสะดวกสะบายรวดเร็ว ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมได้หลาย ๆ ช่องทางที่ธนาคารเปิดให้บริการ
7. คอมพิวเตอร์กับงานวิทยาศาสตร์ ด้านวิทยาศาสตร์ได้นำคอมพิวเตอร์มาช่วยวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ให้มีความแม่นยำและถูกต้องหน้าเชื่อถือ ช่วยในเรื่องของการทดลองและวิจัยทางวิทยาศาสตร์ คำนวณ และจำลองแบบ
8. คอมพิวเตอร์กับงานการแพทย์ มีการนำเอาเครื่องมืออุปกรณ์สมัยใหม่นำมาทำงานร่วมกันกับคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยวินิจฉัยโรคและตรวจสอบอาการของคนไข้ได้อย่างดี
ประเภทของคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์โดยทั่วไปอาจจำแนกประเภทออกได้ 2 กลุ่มดังนี้
1. แบ่งตามลักษณะของข้อมูล มี 3 ประเภท คือ
1.1 อนาล็อกคอมพิวเตอร์ (Anolog Computer) เป็นคอมพิวเตอรืที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษใช้กับงานเฉพาะอย่าง การทำงานใช้หลักการวัดข้อมูลที่ป้อนเข้าไปต้องเป็นสัญญาณทางไฟฟ้าที่มีค่าต่อเนื่อง ซึ่งค่าสัญญาณไฟฟ้าอาจแทนอุณภูมิความเร็วหรือความดัน
1.2 ดิจิตอลคอมพิวเตอร์ (Digtal Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่ทำงานโดยใช้หลักการนับ ข้อมูลที่ป้อนเข้าไปต้องเป็นตัวเลขและให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นตัวเลขดิจิตอล
1.3 ไฮบริดคอมพิวเตอร์ (Hybrid Computer) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้กับงานเฉพาะอย่าง การทำงานจะใช้เทคนิคของอนาล็อกและดิจิตอลมาผสมกัน เช่น การส่งยานอวกาศจะต้องใช้เทคนิคการคำนวณของอนาล็อกควบคุมการหมุนของตัวยานอวกาศ
2. แบ่งตามขนาดและความสามารถ มี 5 ประเภท คือ
2.1 ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Super Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงที่สุด และราคาแพงที่สุด เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะสูง สามารถทำการประมวลผลในงานต่าง ๆ กันในเวลาพร้อมกัน ภายใน 1 นาที ถ้าเทียบกับการทำงานของเครื่องพีซีอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์
2.2 เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ทำงานร่วมกับอุปกรณ์หลาย ๆ อย่างด้วยความเร็วสูงใช้ในงานธุรกิจขนาดใหญ่ มหาวิทยาลัย ธนาคาร และโรงพยาบาล สามารถเก็บข้อมูลที่มีปริมาณมาก ๆ เช่น การสั่งจองที่นั่งของสายการบิน
2.3 มินิคอมพิวเตอร์ (Mini Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้กับงานเฉพาะอย่าง เช่น ใช้ในการสื่อสารข้อมูลปัจจุบันมินิคอมพิวเตอร์เป็นคู่แข่งกับเครื่องเมนเฟรมในด้านประสิทธิภาพด้านการทำงาน และถูกนำมาใช้ในงานประมวลผลคำ
2.4 ไมโครคอมพิวเตอร์ (Micro Computer) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีผู้นิยมใช้กันมากที่สุด เพราะมีราคาถูก มักเรียกไมโครคอมพิวเตอร์ว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือเรียกสั้น ๆ ว่า เครื่องพีซี
2.5 คอมพิวเตอร์มือถือ (Handheld Computer) คอมพิวเตอร์มือถือมีมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยที่บริษัท แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์เสนอคอมพิวเตอร์ชื่อ "นิวตัน" เมื่อประมาณ 7-8 ปีที่แล้ว คอมพิวเตอร์นิวตันไม่ประสบความสำเร็จในการขาย แต่ก็เป็นจุดริเริ่มแนวโน้มว่าคอมพิวเตอร์จะมีขนาดเล็กลง บริษัท 3com ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ออกผลิตคอมพิวเตอร์มือถือให้ชื่อทางการว่า "ปาล์ม"เป็นคอมพิวเตอร์มือถือขนาดเล็ก แต่มีขีดความจำกัด มีหน่วยความจำไม่มาก
4.คอมพิวเตอร์ยุคใหม่
ในปัจจุบันการใช้คอมพิวเตอร์มีแนวโน้มที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ และนำมาใช้งานที่สลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น จากเดิมบางหน่วยงานนำคอมพิวเตอร์มาช่วยงานด้านการพิมพ์เอกสารหรืองานสำนักงาน โดยไม่ได้คำนึงถือการเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย แต่ปัจจุบันได้พัฒนาให้สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างทั่วถึงเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจึงสามารถโอนถ่ายข้อมูลถึงกันได้อย่างรวดเร็วภายใต้ระบบการสื่อสารที่ดีขึ้นโดยเฉพาะบทบาทของเทคโนโลยีทางด้านอินเทอร์เน็ตที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน
นอกจากโน๊ตบุ๊คยุคใหม่ ยังมีไมโครคอมพิวเตอร์รูปแบบต่าง ๆ สามารถจำแนกออกได้หลายแบบดังนี้
1.เดสก์ท๊อป (Desktop) เป็นคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะที่ใช้ในสำนักงานหรือตามบ้านทั่วไป นิยมใช้สำหรับพิมพ์ รายงาน ดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเตอร์เน็จ ปัจจุบันเน้นรูปแบบที่ดูสวยงามน่าใช้มากยิ่งขึ้นและมีราคาที่ถูกลง
2. โน้ตบุ๊คยุคใหม่ (Notebook) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็ก ใช้ออปติคอลไดรว์แบบภายนอกแทนที่จะอยู่ในตัวเครื่อง ทำให้สามารถพกพาได้สะดวกมากขึ้น
3. เดสก์โน้ต หรือเพาว์เวอร์โน้ต (Desknote) เป็นคอมพิวเตอร์พกพา ที่มีรูปลักษณ์คล้ายกับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ลักษณะแบบเดสก์โน้ตเปรียบเสมือนการย่อส่วนเครื่องพีซีที่ใช้งานตามบ้านหรือสำนักงานในปัจจุบันให้มีขนาดเล็กลง
ความแตกต่างระหว่างเดสก์โน้ตกับโน้ตบุ๊ค
(1.) แบตเตอรี่เดสก์โน้ตได้ถูกออกแบบให้มีการนำแบตเตอรี่ออกมาไว้ด้านนอกทำให้ต้องเสียบปลั๊กตลอดเวลาที่ใช้งาน
(2.) ซีพียูของเดสก์โน้ตใช้ซีพียูประเภทเดียวกับพีซีทั่วไป ทำให้สามารถเลือกที่อัพเกรดรุ่นได้ในราคาที่ไม่สูงนัก
(3.) การ์ดแสดงผล ส่วนใหญ่จะติดตั้งมาให้ในเครื่องและไม่สามารถทำการอัพเกรดได้
(4.) เดสก์โน้ตมีราคาถูกกว่าโน้ตบุ๊ค
(5.) เดสก์โน้ตจะไม่มี Floppy Disk Drive ติดตั้งภายในเครื่อง หากผู้ใช้ต้องการสามารถเพิ่มเติมได้
4. แท็บเล็ตพีซี (Tablet PC) คือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้ปากกาเขียนลงไปบนหน้าจอได้เลยนั่นเอง โดยจะต้องมีซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อใช้ในเครื่องแบบนี้โดยเฉพาะ รูปแบบของเครื่องสามารถพลิกหน้าจอได้ และมีราคาค่อนข้างแพง
5. PDA: พีดีเอ (Personal Digital Assistants) เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็กที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการจดบันทึก เก็บข้อมูล เตือนเวลานัดหมาย ได้สะดวกและรวดเร็ว รวมไปถึงความสามารถของการเพิ่มเติมแอปพลิเคชั่น เพื่อให้ใช้งานด้านอื่น ๆ ตามลักษณะการใช้งานและระบบปฏิบัติการที่ถูกติดตั้งอยู่ในเครื่องพีดีเอนั้น ๆ ซึ่งหลัก ๆ ที่รู้จักก็จะมัชีพีดีเอที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Palm OS หรือที่เรียกว่า Palm และ PDA ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows Mobile
6. สมาร์ทโฟน (Smart Phone) คือการพัฒนาโทรศัพท์ธรรมดาให้กลายเป็นอัจฉริยะนั่นเอง นอกจากรับสายเข้าหรือโทรออกแล้ว ยังสามารถถ่ายรูป เล่นอินเตอร์เน็จ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ถูกย่อเข้าให้อยู่ในรูปของมือถือ
Smart Phone สามารถแบ่งตามประเภทของระบบปฏิบัติการ (Operation System: OS) ได้ 2 ประเภท ดังต่อไปนี้
1. Symbian OS คือ ระบบปฏิบัติการที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อรองรับเทคโนโลยีการสื่อสารแบบไร้สายและสามารถใช้กับโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นหลักในการรับส่งข้อมูล
2. Microsoft Smart Phone เป็นระบบปฏิบัติการที่ออกแบบและจัดทำขึ้นมาโดยบริษัท Microsoft เพื่อให้สามารถรองรับเทคโนโลยีการสื่อสารแบบไร้สายเพื่อให้สารมารถใช้งานกับโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นหลัก เช่น มีโปรแกรมมาตรฐานของวินโดวส์
5.คอมพิวเตอร์ในอนาคต
ในอนาคตคอมพิวเตอร์ได้หยุดเพียงแค่ให้มีขนาดเล็ก ราคาถูก หรือรูปลักษณ์แปลกที่น่าใช้เท่านั้น หากแต่ยังคิดค้นพัฒนาขีดความสามารถให้ใกล้เคียงกับมนุษย์มากยิ่งขึ้นศาสตร์ทางด้านการผลิต หรือ AI (Artificial Intelligence) ได้เข้ามามีบทบาทในการสร้างปัญญาเทียมเลียนแบบการคิดหรือสมองของมนุษย์ซึ่งใช้ในงานหลาย ๆ ด้าน
หุ่นยนต์ หรือโรบอต (Robot) คือเครื่องจักรกล ชนิดหนึ่งที่ใช้งานแทนมนุษย์ ที่ออกแบบให้สามารถตั้งลำดับการทำงานการใช้งานได้หลากหลายหน้าที่ ใช้เคลื่อนย้ายวัสดุอุปกรณ์ ส่วนประกอบต่าง ๆ
ประโยชน์และความสามารถของหุ่นยนต์
1.ความสมารถด้านการแพทย์ นำหุ่นยนต์แขนกลเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยทำการผ่าตัดคนไข้
2.ความสามารถในงานวิจัย หุ่นยนต์สามารถทำการสำรวจงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ร่วมกับมนุษย์ เช่น งานสำรวจใต้น้ำ
3.ความสามารถในงานอุตสาหกรรมหุ่นยนต์เริ่มมีบทบาททางด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมในขณะที่งานด้านอุตสาหกรรม มีความต้องการด้านแรงงานเป็นอย่างมาก การจ้างแรงงานจำนวนมากเพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรมทำให้ต้นทุนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มจำนวนขึ้น
4.ความสมารถในงานด้านบริการ หุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่เสมือนเป็นคนรับใช้เพื่อคอยทำงานทั่วไปให้กับเจ้าของบ้าน หุ่นยนต์สุนัขไว้ให้คนเลี้ยง
6.ปัญหาและข้อจำกัดของการใช้งานคอมพิวเตอร์
1.คอมพิวเตอร์ไม่สามารถเข้ามาแทนที่มนุษย์ได้ 100%
2.แม้จะมีความสมารถในเรื่องการคิดตัดสินใจแทนมนุษย์แต่เป็นเพียงบางเรื่องหรือบางกรณีเท่านั้น
3.ได้รับข้อมูลอย่างไรก็ประมวลผลไปตามนั้น
ปัญหาของการใช้งานคอมพิวเตอร์ ที่พบมากที่สุด
1.ความรู้ไม่ทันเทคโนโลยี ผู้ใช้ที่ขาดทักษะบางประการหรือไม่ติดตามข่าวสาร
2.ปัญหาอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ การโกงหรือหลอกลวงข้อมูล
3.มนุษย์ต้องรู้จักเลือกใช้คอมพิวเตอร์ให้ถูกวิธี
4.ติดตามข่าวสารเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์อย่างสม่ำเสมอ
5.ตระหนักถึงจริยธรรมในการใช้งานโดยทั่วไปที่จะไม่สร้างความเสียหายแก่ผู้อื่น
วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ
"เทคโนโลยีสารสนเทศ" (Information Techmology) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า "ไอที"
"เทคโนโลยีสารสนเทศ"ซึ่งแต่ละคำมีความหมายดังนี้
1.1"เทคโนโลยี" (Technology) หมายถึง สิ่งที่มนุษย์พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยในการทำงานหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ
1.2"สารสนเทศ"(Information) หมายถึง ข่าวสารที่ได้จากการนำข้อมูลดิบ จากแหล่งต่าง ๆ นำมาคำนวณทางสถิติหรือผ่านกระบวนการประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการเรียกว่า"สารสนเทศ"
1.3"เทคโนโลยีสารสนเทศ"หมายถึงการประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาจัดการสารสนเทศที่ต้องการโดยอาศัยเครื่องมือทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ
"เทคโนโลยีสารสนเทศ" ประกอบขึ้นจากเทคโนโลยีหลัก 2 สาขา
สาขาที่ 1 เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือที่สำคัญ ในการเก็บบันทึก ข้อมูลการประมวลผลข้อมูลการนำเสนอข้อมูลเพื่อให้ได้สารสนเทศตามต้องการ
สาขาที่ 2 เทคโนโลยีการสื่อสารและโทรคมนาคม หมายถึง ช่วยทำให้การเผลแพร่และแลกเปลี่ยนสารสนเทศง่ายมากยิ่งขึ้น
บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ
1. เทคโนโลยีช่วยเสริมปัจจัยพื้นฐาน
2. เทคโนโลยีช่วยทำให้มนุษย์มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
3. เทคโนโลยีช่วยทำให้การผลิตสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้มากขึ้น
4. เทคโนโลยีช่วยทำให้ระบบการผลิต สามารถผลิตสินค้าทำได้จำนวนมาก
5. เทคโนโลยีช่วยทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว
องค์ประกอบของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
1.เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความสามารถจดจำข้อมูลต่าง ๆ และปฏิบัติตามคำสั่งเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆต่อเชื่อมกันเรียกว่า "ฮาร์ดแวร์"
"ฮาร์ดแวร์" ประกอบด้วย 5 ส่วนคือ
1. อุปกรณ์รับข้อมูล
2. อุปกรณ์แสดงผล
3. หน่วยประมวลผลกลาง
4.หน่วยความจำหลัก
5.ซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์เป็นองค์ประกอบที่สำคัญและจำเป็นมาก ซอฟต์แวร์แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
5.1ซอฟต์แวร์ระบบ มีหน้าที่ควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในระบบคอมพิวเตอร์และเป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับคอมพิวเตอร์
5.2ซอฟต์แวร์ประยุกต์ เป็นโปรแกรมที่เขียนขึ้นเพื่อทำงานเฉพาะด้านตามความต้องการ ซึ่งซอฟต์แวร์ประยุกต์นี้สามารถแบ่งเป็น 3 ชนิด คือ
1. ซอฟตืแวร์ประยุกต์เพื่องานทั่วไป
2. ซอฟต์แวร์ประยุกต์เฉพาะงาน
3.ซอฟต์แวร์ประยุกต์อื่น ๆ
2.เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม
เทคโนโลบยีสื่อสารโทรคมนาคมใช้ในการติดต่อสื่อสาร รับส่งข้อมูลจากที่ไกล ๆ
เทคโนโลยีที่ใช้ในการสื่อสารหรือเผยแพร่สารสนเทศได้แก่เทคโนโลยีที่ใช้ในระบบคมนาคมทั้งมีสายและไร้สายสำหรับกลไกลหลักของการสื่อสารโทรคมนาคมมีองค์ประกอบพื้นฐาน 3 ส่วนได้แก่ ต้นแหล่งของข้อความ สื่อกลางสำหรับการรับส่งข้อความและส่วนรับข้อความ นอกจากนี้เทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถจำแนกตามลักษณะการใช้งานได้เป็น 6 รูปแบบคือ
1. เทคโนโลยีที่ใช้ในการเก็บข้อมูล
2.เทคโนโลยีที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล
3.เทคโนโลยีที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูล
4.เทคโนโลยีที่ใช้ในการแสดงผลข้อมูล
5.เทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดทำสำเนาเอกสาร
6.เทคโนโลยีสำหรับถ่ายทอดหรือสื่อสารข้อมูล
ความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
เนื่องจากองค์ประกอบต่าง ๆ ของเทคโนโลยีสารสนเทศ มีการพัฒนาให้มีความสามารถและมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้องค์การธุรกิจต้องนำความสามารถและความรวดเร็วของเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในงานด้านต่าง ๆ
ตัวอย่างประโยชน์ที่ได้รับจากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในองค์กร
1.ช่วยเพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพในการทำงาน
2.ช่วยจัดระบบสารสนเทศที่มีอยู่อย่างมากมายให้มีระเบียบ
3.ช่วยให้การสื่อสารมีความรวดเร็วมากขึ้น
4.เทคโนโลยีสารสนเทศบางอย่างเป็นอัตโนมัติ สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้จากแหล่งอื่น
5.ทำให้มีการกระจายโอกาสการเรียนรู้
6.ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
7.ช่วยลดจำนวนบุคลากรในการประมวลผลและผลิตสารสนเทศ
การเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
1. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในปุจจุบัน คือการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในธุรกิจ ด้านการติดต่อสื่อสาร ด้านการรับส่งข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็จโดยเน้นด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดประสืทธิภาพสูงสุดอีกทั้งข้อมูลที่ได้รับจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานของบุคลากรได้โดยเทคโนโลยีที่นิยมนำมาใช้ในปัจจุบันเช่น
1.1เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
1.2เทคโนโลยีฐานข้อมูล
1.3เทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซ
1.4เทคโนโลยีด้านการรับชำระหนี้ค่าสินค้า
1.5เทคโนโลยีด้านความมั่นคงของระบบข้อมูล
1.6เทคโนโลยีการทำดิจิทัลให้เหมาะสมที่สุด
1.7เทคโนโลยีไร้สาย
1.8เทคโนโลยีสำนักงานเสมือน
1.9เทคโนโลยีระบบประยุกต์ด้านการสื่อสาร
2.แนวโน้มเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต
2.1ชิป
2.2หน่วยเก็บ
2.3สภาพแวดล้อมเชิงออกเจกต์
2.4เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ซ่อมบำรุงด้วยตนเอง
2.5คอมพิวเตอร์แบบควอนตัม
2.6นาโนเทคโนโลยี
ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทค
1.ช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
2.ช่วยให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคมเทคโนโลยีสารสนเทศที่กระจายไปทั่วทุกแห่งทำให้ทุกคนที่สนใจมีโอกาสในการเรียนรู้ที่เท่าเทียมกัน
3.ประโยชน์ต่อการเรียนการสอนในโรงเรียน
4.ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม
5.ประโยชน์ต่อการป้องกันประเทศ
6.ประโยชน์ด้านอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม
ใบงาน 1.1 ให้นักศึกษาทำกิจกรรมดังต่อไปนี้
1. ยกตัวอย่างการทำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้งานด้านต่าง ๆ ในปัจจุบัน
1.1ควบคุมระบบปรับอากาศ
1.2ควบคุมการเปิดปิดไฟฟ้าในบ้านผ่านโทรศัพท์
2. อธิบายการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศในงานด้านต่าง ๆ
-การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการผลิตสินค้าทำให้สามารถผลิตสินค้าได้ในจำนวนมากและมีราคาที่ถูกลง
แบบฝึกหัดที่ 1
ตอนที่ 1
1.ความหมายของคำว่า"เทคโนโลยี"(Technology) คือ
- สิ่งที่มนุษย์พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยในการทำงานหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องจักร วัสดุ
2.ความหมายของคำว่า "สารสนเทศ" (Information) คือ
-ข่าวสารที่ได้จากข้อมูลดิบจากแหล่งต่าง ๆ นำมาคำนวณหาสถิติหรือผ่านกระบวนการประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ
3.ความหมายของคำว่า"เทคโนโลยีสารสนเทศ"(Information Technology) คือ
-การประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาจัดการสารสนเทศที่ต้องการโดยอาศัยเครื่องมือทางเทคโนโลยีใหม่ เช่น เทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์
4.ความหมายของคำว่า"เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์"คือ
-เป็นเครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถจดจำข้อมูลต่าง ๆ และปฏิบัติตามคำสั่งเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยอุปกรณ์ต่างๆต่อเชื่อมกันเรียกว่า"ฮาร์ดแวร์"ซึ่งฮาร์ดแวร์จะทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์
5.ความหมายของคำว่า "เทคโนโลยีการสื่อสารและโทรคมนาคม"คือ
-การเผยแพร่และแลกเปลี่ยนสารสนเทศให้ง่ายมากขึ้น และสามารถกระจายข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้องครบถ้วนและทันเหตุการณ์
6.องค์ประกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้แก่
-เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีโทรคมนาคม
7.ตัวอย่างประโยชน์ที่ได้รับจากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในองค์กร คือ
1.ช่วยเพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพในการทำงาน
2.ช่วยจัดระบบสารสนเทศที่มีอยู่มากให้เป็นระบบ
3.ช่วยให้การสื่อสารมีความรวดเร็วมากขึ้น
8.ตัวอย่างโปรแกรมปฏิบัติการ (อย่างน้อย 3 โปรแกรม) ได้แก่
-โปรแกรมปฏิบัติการยูนิกซ์
-โปรแกรมปฏิบัติการ(DOS)
-โปรแกรมปฏิบัติการ Windows XP
9.ยกตัวอย่างแนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต คือ
-อาจมีการผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ประกอบจากโมเลกุลที่มีความเร็วสูงสุด ที่มีโครงสร้างแบบคริสตัล และมีขนาดเล็กมากจนสามารถพกติดตัวได้ โดยใช้ไฟฟ้าน้อยมาก
10.ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อสิ่งแวดล้อม คือ
-ใช้เทคโนโลยีในการเก็บข้อมูล เช่น ใช้ภาพถ่ายทางอากาศจากดาวเทียมตรวจสอบสภาพการถูกทำลายการตรวจสอบเขตป่าสงวนด้วยเครื่องบอกตำแหน่งบอกดาวเทียมทำให้ทราบว่าที่ใดอยู่ในเขตพื้นที่สงวน
ตอนที่ 2
1.ง.
2.ค.
3.ก.
4.ง.
5.ง.
6.ข.
7.ก.
8.ง.
9.ก.
10.ค.
11ง.
12ง.
13ง.
14ก.
15.ง.
"เทคโนโลยีสารสนเทศ" (Information Techmology) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า "ไอที"
"เทคโนโลยีสารสนเทศ"ซึ่งแต่ละคำมีความหมายดังนี้
1.1"เทคโนโลยี" (Technology) หมายถึง สิ่งที่มนุษย์พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยในการทำงานหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ
1.2"สารสนเทศ"(Information) หมายถึง ข่าวสารที่ได้จากการนำข้อมูลดิบ จากแหล่งต่าง ๆ นำมาคำนวณทางสถิติหรือผ่านกระบวนการประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการเรียกว่า"สารสนเทศ"
1.3"เทคโนโลยีสารสนเทศ"หมายถึงการประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาจัดการสารสนเทศที่ต้องการโดยอาศัยเครื่องมือทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ
"เทคโนโลยีสารสนเทศ" ประกอบขึ้นจากเทคโนโลยีหลัก 2 สาขา
สาขาที่ 1 เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือที่สำคัญ ในการเก็บบันทึก ข้อมูลการประมวลผลข้อมูลการนำเสนอข้อมูลเพื่อให้ได้สารสนเทศตามต้องการ
สาขาที่ 2 เทคโนโลยีการสื่อสารและโทรคมนาคม หมายถึง ช่วยทำให้การเผลแพร่และแลกเปลี่ยนสารสนเทศง่ายมากยิ่งขึ้น
บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ
1. เทคโนโลยีช่วยเสริมปัจจัยพื้นฐาน
2. เทคโนโลยีช่วยทำให้มนุษย์มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
3. เทคโนโลยีช่วยทำให้การผลิตสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้มากขึ้น
4. เทคโนโลยีช่วยทำให้ระบบการผลิต สามารถผลิตสินค้าทำได้จำนวนมาก
5. เทคโนโลยีช่วยทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว
องค์ประกอบของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
1.เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความสามารถจดจำข้อมูลต่าง ๆ และปฏิบัติตามคำสั่งเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆต่อเชื่อมกันเรียกว่า "ฮาร์ดแวร์"
"ฮาร์ดแวร์" ประกอบด้วย 5 ส่วนคือ
1. อุปกรณ์รับข้อมูล
2. อุปกรณ์แสดงผล
3. หน่วยประมวลผลกลาง
4.หน่วยความจำหลัก
5.ซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์เป็นองค์ประกอบที่สำคัญและจำเป็นมาก ซอฟต์แวร์แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
5.1ซอฟต์แวร์ระบบ มีหน้าที่ควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในระบบคอมพิวเตอร์และเป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับคอมพิวเตอร์
5.2ซอฟต์แวร์ประยุกต์ เป็นโปรแกรมที่เขียนขึ้นเพื่อทำงานเฉพาะด้านตามความต้องการ ซึ่งซอฟต์แวร์ประยุกต์นี้สามารถแบ่งเป็น 3 ชนิด คือ
1. ซอฟตืแวร์ประยุกต์เพื่องานทั่วไป
2. ซอฟต์แวร์ประยุกต์เฉพาะงาน
3.ซอฟต์แวร์ประยุกต์อื่น ๆ
2.เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม
เทคโนโลบยีสื่อสารโทรคมนาคมใช้ในการติดต่อสื่อสาร รับส่งข้อมูลจากที่ไกล ๆ
เทคโนโลยีที่ใช้ในการสื่อสารหรือเผยแพร่สารสนเทศได้แก่เทคโนโลยีที่ใช้ในระบบคมนาคมทั้งมีสายและไร้สายสำหรับกลไกลหลักของการสื่อสารโทรคมนาคมมีองค์ประกอบพื้นฐาน 3 ส่วนได้แก่ ต้นแหล่งของข้อความ สื่อกลางสำหรับการรับส่งข้อความและส่วนรับข้อความ นอกจากนี้เทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถจำแนกตามลักษณะการใช้งานได้เป็น 6 รูปแบบคือ
1. เทคโนโลยีที่ใช้ในการเก็บข้อมูล
2.เทคโนโลยีที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล
3.เทคโนโลยีที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูล
4.เทคโนโลยีที่ใช้ในการแสดงผลข้อมูล
5.เทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดทำสำเนาเอกสาร
6.เทคโนโลยีสำหรับถ่ายทอดหรือสื่อสารข้อมูล
ความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
เนื่องจากองค์ประกอบต่าง ๆ ของเทคโนโลยีสารสนเทศ มีการพัฒนาให้มีความสามารถและมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้องค์การธุรกิจต้องนำความสามารถและความรวดเร็วของเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในงานด้านต่าง ๆ
ตัวอย่างประโยชน์ที่ได้รับจากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในองค์กร
1.ช่วยเพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพในการทำงาน
2.ช่วยจัดระบบสารสนเทศที่มีอยู่อย่างมากมายให้มีระเบียบ
3.ช่วยให้การสื่อสารมีความรวดเร็วมากขึ้น
4.เทคโนโลยีสารสนเทศบางอย่างเป็นอัตโนมัติ สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้จากแหล่งอื่น
5.ทำให้มีการกระจายโอกาสการเรียนรู้
6.ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
7.ช่วยลดจำนวนบุคลากรในการประมวลผลและผลิตสารสนเทศ
การเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
1. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในปุจจุบัน คือการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในธุรกิจ ด้านการติดต่อสื่อสาร ด้านการรับส่งข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็จโดยเน้นด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดประสืทธิภาพสูงสุดอีกทั้งข้อมูลที่ได้รับจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานของบุคลากรได้โดยเทคโนโลยีที่นิยมนำมาใช้ในปัจจุบันเช่น
1.1เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
1.2เทคโนโลยีฐานข้อมูล
1.3เทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซ
1.4เทคโนโลยีด้านการรับชำระหนี้ค่าสินค้า
1.5เทคโนโลยีด้านความมั่นคงของระบบข้อมูล
1.6เทคโนโลยีการทำดิจิทัลให้เหมาะสมที่สุด
1.7เทคโนโลยีไร้สาย
1.8เทคโนโลยีสำนักงานเสมือน
1.9เทคโนโลยีระบบประยุกต์ด้านการสื่อสาร
2.แนวโน้มเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต
2.1ชิป
2.2หน่วยเก็บ
2.3สภาพแวดล้อมเชิงออกเจกต์
2.4เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ซ่อมบำรุงด้วยตนเอง
2.5คอมพิวเตอร์แบบควอนตัม
2.6นาโนเทคโนโลยี
ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทค
1.ช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
2.ช่วยให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคมเทคโนโลยีสารสนเทศที่กระจายไปทั่วทุกแห่งทำให้ทุกคนที่สนใจมีโอกาสในการเรียนรู้ที่เท่าเทียมกัน
3.ประโยชน์ต่อการเรียนการสอนในโรงเรียน
4.ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม
5.ประโยชน์ต่อการป้องกันประเทศ
6.ประโยชน์ด้านอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม
ใบงาน 1.1 ให้นักศึกษาทำกิจกรรมดังต่อไปนี้
1. ยกตัวอย่างการทำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้งานด้านต่าง ๆ ในปัจจุบัน
1.1ควบคุมระบบปรับอากาศ
1.2ควบคุมการเปิดปิดไฟฟ้าในบ้านผ่านโทรศัพท์
2. อธิบายการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศในงานด้านต่าง ๆ
-การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการผลิตสินค้าทำให้สามารถผลิตสินค้าได้ในจำนวนมากและมีราคาที่ถูกลง
แบบฝึกหัดที่ 1
ตอนที่ 1
1.ความหมายของคำว่า"เทคโนโลยี"(Technology) คือ
- สิ่งที่มนุษย์พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยในการทำงานหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องจักร วัสดุ
2.ความหมายของคำว่า "สารสนเทศ" (Information) คือ
-ข่าวสารที่ได้จากข้อมูลดิบจากแหล่งต่าง ๆ นำมาคำนวณหาสถิติหรือผ่านกระบวนการประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ
3.ความหมายของคำว่า"เทคโนโลยีสารสนเทศ"(Information Technology) คือ
-การประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาจัดการสารสนเทศที่ต้องการโดยอาศัยเครื่องมือทางเทคโนโลยีใหม่ เช่น เทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์
4.ความหมายของคำว่า"เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์"คือ
-เป็นเครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถจดจำข้อมูลต่าง ๆ และปฏิบัติตามคำสั่งเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยอุปกรณ์ต่างๆต่อเชื่อมกันเรียกว่า"ฮาร์ดแวร์"ซึ่งฮาร์ดแวร์จะทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์
5.ความหมายของคำว่า "เทคโนโลยีการสื่อสารและโทรคมนาคม"คือ
-การเผยแพร่และแลกเปลี่ยนสารสนเทศให้ง่ายมากขึ้น และสามารถกระจายข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้องครบถ้วนและทันเหตุการณ์
6.องค์ประกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้แก่
-เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีโทรคมนาคม
7.ตัวอย่างประโยชน์ที่ได้รับจากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในองค์กร คือ
1.ช่วยเพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพในการทำงาน
2.ช่วยจัดระบบสารสนเทศที่มีอยู่มากให้เป็นระบบ
3.ช่วยให้การสื่อสารมีความรวดเร็วมากขึ้น
8.ตัวอย่างโปรแกรมปฏิบัติการ (อย่างน้อย 3 โปรแกรม) ได้แก่
-โปรแกรมปฏิบัติการยูนิกซ์
-โปรแกรมปฏิบัติการ(DOS)
-โปรแกรมปฏิบัติการ Windows XP
9.ยกตัวอย่างแนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต คือ
-อาจมีการผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ประกอบจากโมเลกุลที่มีความเร็วสูงสุด ที่มีโครงสร้างแบบคริสตัล และมีขนาดเล็กมากจนสามารถพกติดตัวได้ โดยใช้ไฟฟ้าน้อยมาก
10.ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อสิ่งแวดล้อม คือ
-ใช้เทคโนโลยีในการเก็บข้อมูล เช่น ใช้ภาพถ่ายทางอากาศจากดาวเทียมตรวจสอบสภาพการถูกทำลายการตรวจสอบเขตป่าสงวนด้วยเครื่องบอกตำแหน่งบอกดาวเทียมทำให้ทราบว่าที่ใดอยู่ในเขตพื้นที่สงวน
ตอนที่ 2
1.ง.
2.ค.
3.ก.
4.ง.
5.ง.
6.ข.
7.ก.
8.ง.
9.ก.
10.ค.
11ง.
12ง.
13ง.
14ก.
15.ง.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)