วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2553

แบบฝึกหัดบทที่1

แบบฝึกหัดบทที่1
แบบฝึกหัด หน่วยที่1
เรื่อง ทำความรู้จักกับสื่อสิ่งพิมพ์
คำสั่ง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ได้ใจความที่สมบูรณ์ที่สุด

1.สื่อสิ่งพิมพ์หมายถึง
ตอบ สมุด แผ่นกระดาษหรือวัตถุใดๆ ที่พิมพ์ขึ้น รวมตลอดทั้งบนเพลงแผนที่ แผนผัง ภาพระบายสี ใบประกาศ แผ่นเสียงหรือสิ่งอื่นใดที่มีลักษณะเช่นเดียวกัน
2.จงบอกประเภทของสื่อสิ่งพิมพ์ที่เเบ่งตามระบบการผลิต
ตอบ แบ่งได้เป็น3ประเภท
1สื่อสิ่งพิมพ์ประเภทออฟเซท
2สื่อสิ่งพิมพ์ประเภทซิลค์สกริน
3สื่อสิ่งพิมพ์ประเภทเรียงพิมพ์หรือตีพิมพ์
3.จงบอกประเภทของสื่อสิ่งพิมพ์ที่เเบ่งตามลักษณะ
ตอบ แบ่งได้7ประเภท
1หนังสือ
2วารสาร
3หนังสือพิมพ์
4จุลสาร
5แผ่นพับ
6ใบปลิวหรือแผ่นปลิว
7สิ่งพิมพ์เบ็ดเตล็ด
4.คอมพิวเอตร์มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกับการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์
ตอบ การจัดทำอาท์เวิร์ค คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่ใช้ในการเตรียมงานก่อนพิมพ์ เพราะปัจจุบันนิยมทำอาร์เวิร์คโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ เนื่องจากคอมพิวเตอร์สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ สวยงาม น่าสนใจ และเหมือนจริงมากที่สุด
5.จงอธิบายขั้นตอนหรือกระบวนการ ในการผลิต สื่อสิ่งพิมพ์
ตอบ 1การออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์
2การจัดทำอาร์ทเวิร์ค
3การทำฟิล์ม
4ขั้นตอนการทำเพลทเเละบอกซ์
5ขั้นตอนการพิมพ์งาน
6การตกเต่งเเละเก็บรูปเล่ม

วันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เทคโนโลยีสมัยใหม่

3G Thai Genelation เป็นยุคการสื่อสารแบบโลกไร้สาย ที่มีความพร้อมในเรื่องการรับส่งข้อมูลผ่านมือถือได้อย่างรวดเร็วสูงสุดถึง 384 กิโลบิตต่อวินาทีและเป็นยุคที่จะรวมสื่อในรูปแบบต่างๆเข้าไว้ด้วยกันเรียกว่ามัลติมิเดียไม่ว่าจะเป็นการดาวโหลดหรือดูรายการถ่ายทอดสด

Base Station สถานีฐานระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ จะเป็นสถานที่ที่ติดตั้งเครื่องรับ ส่งสัญญาณโดยเชื่อมต่อสัญญาณวิทยุที่อยู่ระหว่างระบบสื่อสารไร้สาย และอุปกรณ์ไร้สาย อุปกรณ์ที่ติดตั้งในสถานีประกอบด้วย เสาอากาศ วิทยุรับส่ง สัญญาณ และศูนย์ควบคุมสัญญาณวิทยุ สถานีฐานเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการสื่อสารไร้สาย เนื่องจากเซลล์แต่ละเซลล์บนเครือข่ายการสื่อสารระบนี้ จำเป็นต้องส่งสัญญาณผ่านสถานีฐาน

Firmware คือโปรแกรมที่ฝังอยู่ในหน่วยความจำพิเศษของอุปกรณ์ดิจิตัลรวมทั้งมือถือ ทำหนย้าที่เสมือนระบบปฏิบัติการของมือถือที่ไม่ใช่สมาร์ทโฟน แต่มีความสามารถในการทำงานที่จำกัดกว่า โดยมือถือบางรุ่นสามารถอัพเกรด Firmware เป็นเวอร์ชั่นใหม่เพื่อเพิ่มเติมคุณสมบัติ หรือแก้ไขข้อผิดพลาดจาก Firmware ที่มีอยู่เดิมได้ด้วยFlash Memory หน่วยความจำประเภทหนึ่งที่สามารถลบและเขียนคำสั่งใหม่ลงไปในหน่วยความจำได้ ที่ได้ชื่อเช่นนี้เป็นเพราะว่า หน่วยความจำจะถูกลบในการทำงานเพียงครั้งเดียว หรือที่เรียกว่า Flash หน่วยความจำชนิดนี้ได้รับความนินมใช้ในอุปกรณ์มากมาย อาทิ มือถือ เครื่องเล่น
MP3 กล้องดิจิตัล โน้ตบุ้ค เป็นต้น

CDMA 2000 3x(CDMA Multi-Carrier) คำว่า CDMA = Code Division Multiple Access
หมายถึง เท็คนิคการเข้าถึงแบบหลายทาง ซึ่งเป็นวิธีการสื่อสารที่รองรับกับผู้ใช้บริการหลายๆรายในเวลาเดียวกัน ในระบบเดียวกัน โดยช่องความถี่มีลักษณะเป็นแบบ Band กว้าง ซึ่งมี Bandwidth ประมาณ 1.25 เมกกะเฮิร์ตซ์ ส่วนแบบMulti-Carrie เป็นเทคโนโลยีที่อยู่ในมาตรฐาน 3 G รับรองมาตรฐานโดย สมาพันธ์โทรคมนาคมระหว่างประเทศ ITU และ IMT 2000 จะมีการส่งคลื่นความถี่บ่อยกว่า คือจะมีการส่งคลื่น 1.25 MHz 3 ครั้งนั่นเอง

CMOS Complementary Metal Oxide Semiconductor เป็นตัวเซ็นเซอร์ประเภทหนึ่งที่มักใช้ในกล้อง DV หรืกล้องติดมือถือที่ราคาไม่สูง มีความไวแสงต่ำ ทำให้เกิดปัญหาเวลาที่ต้องถ่ายภาพในที่มีแสงน้อย ปัจจุบัน CMOS มีสองแบบ CLF มีความละเอียด 1 แสนพิกเซล และ VGA มีความละเอียด 3 แสนพิกเซล Codec อุปกรณ์หรือโปรแกรม ที่เปลี่ยนแปลงข้อมูลดิจิตัลให้เป็นรหัส และถอดรหัส โดยCodecนี้อาจใช้ในความหมายที่รวมถึงคำต่อไปนี้ด้วย เช่น Compressor Decompressor Coder Decoder หรือ Compression DecompressionConvergence คือการรวมรูปแบบการสื่อสาร ทั้งมีสายและไร้สายเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งรวมเครือข่ายNetwork Convergence บริการ Service Convergence และอุปกรณ์การสื่อสาร Termial Convergence ไว้ด้วยกัน

วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2552

การพัฒนาระบบฐานข้อมูล
บทที่ 1ฐานข้อมูล SQL

ฐานข้อมูล เป็นการจัดเก็บและการดึงข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับองค์กรฐานข้อมูล หมายถึง ความสัมพันธ์ของข้อมูลที่จีดเก็บไว้เป็นกลุ่ม นอกจากนี้เพื่อให้เกิดระบบที่มีกลไลสนับสนุนให้ใช้ฐานข้อมุลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบฐานข้อมุลประกอบด้วย ฐานข้อมูลโปรแกรมซึ่งมีหน้าที่ดูแลฐานข้อมูลของระบบ ซึ่งเรียกว่า "ระบบจัดการฐานข้อมูล"

ระบบฐานข้อมูลแบ่งตามคุณลักษณะของโมเดลข้อมูลในระบบฐานที่เป็นที่รู้จักได้แก่
1.โมเดลแบบลำดับชั้น มีการจัดเก็บข้อมูลในโครงสร้างแบบทรี
2.โมเดลแบบเครือข่าย จัดเก็บข้อมูลในโครงสร้างแบบการ์ด
3.โมเดลแบบเชิงสัมพันธ์ เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย จัดเก็บในรูปแบบของเซ็ตของวิชาคณิตศาสตร์พิจารณาเซ็ตของความสัมพันธ์ จัดเก็บข้อมูลเป็นเทเบิลและคอลัมน์โดยการตัดกันของแต่ละแถวกับแต่ละคอลัมน์แทนด้วยค่าของข้อมุลฐานข้อมุลเชิงสัมพันธ์ จะอยู่ในรูปของตาราง 2 มิติ คือแถวและคอลัมน์เปรียบเทียบฐานข้อมุลเชิงสัมพันธ์กับระบบการประมวลผลแบบแฟ้มข้อมุล DBMS ทำงานอยู่บนพื้นฐานเชิงสัมพันธ์ของโมเดล เรียกว่า ระบบจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ โดยข้อมูลในระบบการประมวลผลข้อมุลเชิงสัมพันธ์ เรียกว่า รีเลชั่นความสัมพันธ์ Relationshipหัวใจสำคัญในการออกแบบตาราง มีโครงสร้างเชิงสัมพันธ์เพื่อเก็บข้อมูลต่างๆ โดยกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลนั้นได้ ต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่าข้อมูลนั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไร

ความสัมพันธ์มีทั้งหมด 3 ลักษณะ
1.One to One = แถวหนึ่งใน Table สามารถจับคู่กับอีกแถวหนึ่งในอีก Table ได้เพียงแถวเดียวเท่านั้น
2.One to Mary = หนึ่งแถวใน Table สามารถจับคู่กับอีกแถวใน Table หนึ่งได้หลายแถว
3.Many to Many = แถวหลายแถวใน Table มีความสัมพันธ์กับอีกหลายๆแถวในอีก Table หนึ่งพร้อมกัน

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2552

บทที่4 เรื่องการสร้างแบบสอบถาม

แบบฝึกหัด
ตอนที่ 1

1.ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ประโยชน์ของฟอร์ม
- ง.แสดงผลข้อมูลแต่ละฟิลด์ได้อย่างอิสระ
2.รูปแบบของฟอร์ม แบ่งออกเป็นกี่ประเภท
- ง.5
3.ถ้าต้องการสร้างฟอร์มโดยให้แสดงข้อมูลในมุมมองฟอร์มและมุมมองแผ่นข้อมูลจะต้องสร้างด้วยคำสั่งใด
- ข. Split Form
4.ถ้าต้องการสร้างฟอร์มโดยให้แสดงข้อมูลในทุกๆเรคอร์ดจะต้องใช้การสร้างฟอร์มแบบใด
- ค. Multiple Item
5.เลเบล (Label)เป็นเครื่องที่ใช้ทำอะไร
- ก.ป้อนข้อความ
6.ข้อมูลที่นำมาใช้ในการสร้างฟอร์มมาจากที่ใด
- ก. Table
7.Form Headerคือส่วนใด
- ก. พื้นที่ที่มีไว้สำหรับกำหนดเลขหน้าของฟอร์ม
8.ถ้าต้องการสร้างกฃล่องรายการให้เลือกจะต้องใช้เครื่องมือใด
- ค.Combo Box
9.ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ส่วนประกอบของฟอร์ม
- ข. Section
10.หลังจากที่เพิ่มข้อมูลลงในฟอรืมแล้วข้อมูลจะถูกเก็บไว้ที่ใด
- ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ค.

ตอนที่2
1.ช Columnar Form=แสดงข้อมูล 1 เรคอร์ดต่อ 1 หน้าฟอร์ม
2.ฌ Tabular Design=ฟอร์มที่แสดงข้อมูลทุกเรคอร์ด
3.ง Form Design=สร้างฟอร์มด้วยการออกแบบเอง
4.ฉ Split Form=แสดงข้อมูลในมุมมองฟอร์มและแผ่นตารางข้อมูล
5.ซ Pivat Chart=วิเคราะห์ข้อมูลในลักษณะแผ่นภูมิ
6.ญ Label=ใช้แสดงข้อมูลในฟิลด์และป้อนสูตรคำนวณ
7.ข Text Box=พิมพ์ข้อความที่ต้องการแสดง
8.ก Option Group=กลุ่มรายการให้เลือก
9.จ ComboBox=กล่องรายการให้เลือกแบบบรรทัดเดียว
10.ค ListBox=กล่องรายการให้เลือกแบบหลายบรรทัด

ตอนที่3
1.จงอธิบายถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการสร้างฟอร์ม
- ทำให้ผู้ใช้ทำงานกับข้อมูลในตารางได้สะดวกกว่าการใช้มุมมองแผ่นข้อมูล
2.ในการสร้างฟอร์มมีกี่แบบ แต่ละแบบมีประโยชน์อย่างไร
- 5แบบ 1.ฟอร์มคอลัมน์ 2.ฟอร์มแบบตาราง 3.ฟอร์มแบบแผ่นตารางข้อมูล
4.ฟอร์มแบบตารางสรุปข้อมูลหลายมิติ 5.ฟอร์มแบบแผนภูมิสรุปข้อมูลหลายมิติ
3.ส่วนประกอบของฟอร์มมีอะไรบ้าง และแต่ละส่วนมีหน้าที่อย่างไร
- 1.Form Header2.Form Footer3.Page Header4.Page Footer5.Detail
4.จงยกตัวอย่างปุ่มเครื่องมือ(Controls)ที่ใช้ในการเพิ่มส่วนประกอบของฟอร์มมา 3 ส่วนพร้อมทั้งบอกหน้าที่การทำงานของแต่ละส่วนประกอบ
- Text Box ใช้แสดงข้อมูลในฟิลด์ป้อนข้อมูลสูตรคำนวณและฟังก์ชั่นLabel ใช้สำหรับพิมพ์ข้อ ความในฟอร์มButton ปุ่มคำสั่ง
5.จงอธิบายถึงขั้นตอนในการสร้างฟอร์มแบบแผนภูมิ(PivotChart)
- 1.คลิกที่แท็บ สร้าง (Create)
2.คลิกที่ปุ่ม PivotChartในกลุ่มของฟอร์ม
3.คลิกเลือกที่พื้นที่ในแผนภูมิแล้วจะแสดงฟิลด์รายการข้อมูลให้เลือก
4.คลิกที่ฟิลด์ที่ต้องการ5.คลิกที่ปุ่ม Add to เพื่อวางฟิลด์ในตำแหน่งที่เลือกให้
บทที่3 เรื่องการสร้างแบบสอบถาม

ตอนที่ 1

1.ข้อใดไม่ใช่ความสามารถของคิวรี่
- ง. สร้างฟิลด์ใหม่
2.แบบสอบถามข้อมูลใดที่นิยมใช้งานมากที่สุด
- ก. select Query
3.ถ้าต้องการปรับเพิ่มเงินเดือนให้กับพนักงานคนละ10เปอร์เซ็นต์เท่าๆกันจะต้องใช้แบบสอบถามข้อมูลแบบใด
- ง. Update Query
4.ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่โอเปอเรเตอร์ทางคณิตศาสตร์
- ก. +
5.โอเปอเรเตอร์ตัวใดต่อไปนี้ใช้แทนตัวอักขระใดๆ
- ก.*
6.โอเปอเรเตอร์ตัวใดต่อไปนี้ใช้ในการเชื่อมข้อความ
- ง.&
7.ถ้าต้องการกำหนดเงื่อนไขในแบบสอบถามข้อมูลจะต้องกำหนดที่บรรทัดใด
- ค.Criteria
8.ถ้าต้องการกำหนดเงื่อนไขในการค้นหาพนักงานที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 50,000บาทขึ้นไปจะต้องกำหนดเงื่อนไขอย่างไร
- >50,000
9.ข้อใดคือรูปแบบในการสร้างฟิลด์ใหม่
- ข. ชื่อฟิลด์ใหม่:ฟิลด์คำนวณ
10.ข้อใดต่อไปนี้คือสูตรในการหาภาษี 5%
- ข. Tax: [Salary]*0.05


ตอนที่2
1.ฉ Select Query=ใช้สอบถามข้อมูลในตาราง
2.ซ Crosstab Query=ใช้สอบถามข้อมูลที่มีความสัมพันธ์ระหว่างฟิลด์
3.จ Update Query=ใช้ปรับปรุงข้อมูลตามเงื่อนไข
4.ข Append Query=ใช้ในการเพิ่มข้อมูลต้อท้ายตารางเดิม
5.ฌ Delete Query=ใช้ในการลบข้อมูลตามเงื่อนไข
6.ก Criteria=กำหนดเงื่อนไขในการค้นหาข้อมูล
7.ค Link=ใช้ตรวจสอบว่าตรงกับที่กำหนดหรือไม่
8.ญ In=ใช้ในการกำหนดว่าค่าใดบ้างตรงกับค่าในรายการ
9.ช Find Duplicates Query Wizard=ค้นหาข้อมูลที่ซ้ำกันในตาราง
10.ง Find Unmatched Query Wizard=ค้นหาข้อมูลที่ไม่ซ้ำกันใน 2 ตาราง


ตอนที่3
1.จงบอกถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการสร้างแบบสอบถามข้อมูล

- ช่วยในการสอบถามข้อมูลในตารางวิเคราะห์ประมวลผลข้อมูลทำให้สามารถค้นหาข้อมูลได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
2.จงบอกขั้นตอนในการสร้างแบบสอบถามข้อมูลด้วยมุมมองการออกแบบ
- (1.)คลิกเลือกที่แท็บ สร้าง Cerate (2.)คลิกที่ปุ่ม Query Design ออกแบบสอบถาม

(3.)คลิกเลือกชื่อตาราง (4.)คลิกปุ่ม เพิ่ม
(5.)คลิกปุ่ม ปิด (6.)คลิกเลือกชื่อฟิลด์ที่ต้องการจนครบทุกฟิลด์
(7.)คลิกที่มุมมองแผ่นข้อมูลในกลุ่มมุมมอง
3.การสร้างแบบสอบถามข้อมูลด้วยเครื่องมือช่วยสร้าง
- 4แบบ (1.)Simple Query สามารถสร้างแบบสอบถามด้วยเครื่องมือง่ายๆ
(2.)Crosstab Query สามารถแสดงข้อมูลในรูปแบบกราฟ
(3.)Find Duplicates Query สามารถค้นหาข้อมูลที่ซ้ำกันในตารางได้
(4.)Find Unmatched Query ค้นหาข้อมูลที่ไม่ซ้ำกัน
4.จงอธิบายขั้นตอนในการสร้างแบบสอบถามข้อมูลด้วยSimple Query Wizard
- (1.)คลิกที่แท็บ สร้าง (2.)คลิกที่ปุ่มตัวช่วยสร้างแบบสอบถาม
(3.)เลือกแบบสอบถามข้อมูลอย่างง่าย (4.)คลิก ตกลง
(5.)เลือกชื่อตาราง (6.)เลือกชื่อฟิลด์ที่ต้องการ
(7.)คลิกปุ่ม ถัดไป (8.)ตั้งชื่อแบบสอบถามข้อมูล
(9.)คลิก เสร็จสิ้น
5.จงอธิบายความหมายและหลักการสร้างแบบสอบถามด้วย Crosstab Query Wizard
- เป็นการสร้างแบบสอบถามข้อมูลที่สอบถามความสัมพันธ์ระหว่างฟิลด์ 2 ฟิลด์หรือมากกว่า

วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2552

วันแม่แห่งชาติขอให้อาจารย์ อำภา กุลธรรมโยธินมีความสุขมากๆๆนะค่ะ
บทที่2 เรื่องการสร้างตาราง

ตอนที่1

1.ข้อใดกล่าวถึงความหมายของตาราง(table)ไดชัดเจนที่สุด
-ค. ออบเจ็กต์ที่อยู่ในฐานข้อมูล
2.ข้อใดต่อไปนี้กล่าวผิด
-ง. Attachmentเป็นชนิดข้อมูลสำหรับสร้างจุงเชื่อมโยง
3.ฟิลด์(Field)หมายถึงอะไร
-ค.คอลัมน์
4.เรคคอร์ด(Record)หมายถึงอะไร
-ก.ตาราง
5.ชนิดข้อมูลแบบข้อความ(Text)สามารถเก็บข้อมูลได้สูงสุดกี่ตัวอักษร
-ค.2556
6.ถ้าต้องการกำหนดฟิลด์ในการเก็บข้อความจำนวนมากๆจะต้องเลือกชนิดข้อมูลแบบใด
- ข.Text7.
7.มุมมองที่ใช้ในการสร้างตารางด้วยการออกแบบเองคือมุมมองแบบใด
-ก.Design View8.
8.ชนิดความสัมพันธ์ของตารางมีกี่แบบ
-ข.3แบบ
9.ข้อใดต่อไปนี้ไม่สามารถนำมาประกอบในการตั้งฟิลด์ข้อมูลได้
-ง.เครื่องหมายจุด(.)
10.ถ้าต้องการเรียงลำดับข้อมูลในตารางจากน้อยไปหามากจะต้องใช้เครื่องมือใด
-ก.Ascending

ตอนที่2
1. ฌ Field= ข้อมูลในแนวคอลัมน์
2. ง Record=ข้อมูลในแนวแถว
3. จ Memo= เก็บข้อมูลประเภทข้อความที่มีความยาวมากๆ
4. ข OLE Object=เก็บข้อมูลประเภทรูปภาพ
5. ซ Curreny=เก็บข้อมูลที่เป็นตัวเลขทางการเงิน
6. ญ Attachment=เก็บเอกสารและแฟ้มไบนารี่ทุกชนิดในฐานข้อมูล
7. ก Input Mask=กำหนดรูปแบบในการป้อนข้อมูล
8. ฉ Format=กำหนดรูปแบบการแสดงข้อมูล
9. ช Descending=เรียงลำดับจากมากไปน้อย
10. ค Ascending=เรียงลำดับข้อมูลจากน้อยไปมาก

ตอนที่3
1.จงอธิบายถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการสร้างตาราง
-
2.จงบอกถึงคุณสมบัติในการเลือกฟิลด์ข้อมูลที่นำมาเป็นคีย์หลัก(Primary Key)
- ฟิลด์ที่มีข้อมูลในเรคอร์ดไม่ซ้ำกัน
3.อธิบายถึงความแตกต่างในการสร้างตารางด้วยมุมมองการออกแบบ(Table Design) และมุมมองแผ่นตารางข้อมูล(DataSheet View)
-Table Design เป็นมุมมองที่ใช้ในการกำหนดข้อมูลของตาราง ชนิดข้อมูล คุณสมบัติของฟิลด์แต่ละฟิลด์ Datasheet Viewเป็นมุมมองที่ใช้ในการป้อนข้อมูลที่ต้องการเก็บลงในตาราง
4.จงบอกขั้นตอนในการสร้างตารางด้วยมุมมองการออกแบบมีขั้นตอนอย่างไร
- 1.คลิกที่แท็บ Create

2.เลือกปุ่มคำสั่ง (Table Design)ในกลุ่มของTableจากนั้นAccessจะเปิดตารางข้อมูลเปล่า ในมุมมองการออกแบบขึ้นมา
3.กำหนดฟิลด์ข้อมูล แล้วกดปุ่ม Tab เพื่อเลือกช่องถัดไป
4.เลือกชนิดข้อมูล
5.กำหนดคำอธิบายฟิลด์
6.กำหนดคุณสมบัติฟิลด์เพิ่มเติม
7.คลิกปุ่ม Save จาก Quick Access Toolbar
8.กำหนดชื่อตาราง
9.คลิกปุ่ม OK
10.จะปรากฏไดอะล็อกบ็อกซ์ให้กำหนดคีย์หลัก

วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ในวาระวันแม่นี้หนูขอถือโอกาสขอขมาอาจารย์ อำภา กุลธรรมโยธิน ขอให้อาจารย์มีความสุขและคิดสิ่งใดก็ขอให้สมปราถนานะค่ะ(*-*)

บทที่1 เรื่องความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโปรแกรม Aeccss 2007
แบบฝึกหัด

ตอนที่ 1
1.ระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) คืออะไร
- ข.ตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับฐานข้อมูล
2.หลังจากที่สร้างฐานข้อมูลแล้ว จะต้องสร้างออบเจ็กอะไรเป็นอันดับแรก
- ก.Table
3.ออบเจ็กต์ใดทำหน้าที่ในการเก็บข้อมูลทั้งหมดลงฐานข้อมูล
- ก.Table
4.ออบเจ็กต์ Query มีหน้าที่อะไร

-ค.สร้างเเบบสอบถามข้อมูล
5.ข้อใดต่อไปนี้เป็นหน้าที่ของออบเจ็ก form
- ข.เก็บข้อมูลลงฐานข้อมูล
6.ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ กฎของการ normalizatioh
-ข.จะต้องมีความสัมพันธ์เเบบเชิงกลุ่ม(Many-to-Many)
7.ข้อใด ไม่ใช่ ประโยชน์ที่ได้รับของระบบฐานข้อมูล
- ค.ข้อมูลที่จัดเก็บมีความทันสมัย
8.ขั้นตอนใดต่อไปนี้เป็นขั้นตอนแรกในการออกแบบฐานข้อมูล
- ก.กำหนดวัตถุประสงค์ในการใช้งาน
9.ส่วนประกอบต่อไปนี้เพิ่มเข้ามาใหม่ใน Access 2007 ยกเว้นข้อใด
- ง.Ribbon
10.ข้อใดต่อไปนี้ กล่าวผิด
- ก.เมื่อบันทึกฐานข้อมูลในAccess2007จะมีนามสกุลเป็น .accdb

ตอนที่ 2

1. ช DBMS=ระบบจัดการฐานข้อมูล
2. จ Normalization=กฏที่ใช้ในการออกแบบตาราง
3. ซ Office Button=ปุ่มที่รวบรวมชุดคำสั่งในการจัดการฐานข้อมูล
4. ญ Quick Access Toolbar=แถบเครื่องมือที่รวบรวมปุ่มเครื่องมือที่ใช้งานบ่อยๆเอาไว้
5. ฌ Ribbon=ส่วนในการทำงานใหม่ที่เข้ามาแทนที่แถบเมนูและแถบเครื่องมือ
6. ก Navigation Pane=แถบในการแสดงออบเจ็กต์ที่สร้างขึ้น
7. ค Document Window=ส่วนของพื้นที่ในการทำงานของออบเจ็กต์ต่างๆ
8. ข Query=แบบสอบถามข้อมูล
9. ง Mecro=ชุดคำสั่งกระทำต่างๆที่นำมารวมกัน
10.ฉ Module=โปรแกรมย่อยที่เขียนขึ้นด้วยภาษา VBA

ตอนที่3
1.จงอธิบายถึงความหมายของฐานข้อมูล
-ฐานข้อมูล(Database)คือข้อมูลจำนวนมากที่มีการจัดเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบในลักษณะของตาราง ข้อมูลแต่ละตารางที่มีอยู่นั้นมีความสัมพันธ์กัน
2.ระบบฐานข้อมูลมีประโยชน์อย่างไร
-1.ลดความซับซ้อนของข้อมูล
2.ทำให้เกิดความสอดคล้องของข้อมูล
3.ควบคุมความถูกต้องของข้อมูล
4.สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้
5.มีความปลอดภัย
3.ใน Microsoft Access 2007 ประกอบไปด้วยออบเจ็กต์อะไรบ้าง และมีหน้าที่อย่างไร
-1.Table ใช้ในการเก็บข้อมูลทั้งหมด
2.Queries ช่วยค้นหาหรือสร้างแบบสอบถามข้อมูล.
3.Froms แบบฟอร์มในการทำงาน สำหรับจัดการกับข้อมูลแทนการจัดการในตาราง
4.Report ใช้ในการสร้างรายงาน
5.Macros ชุดคำสั่งที่นำมาร่วมกันตามขั้นตอนในการทำงานเพื่อให้การทำงานเป็นอัติโนมัติ
6.Modules ช่วยให้ทำงานกับข้อมุลที่ซับซ้อนมากขึ้นได้
4.จงอธิบายหลักการออกแบบฐานข้อมูลมาพอเข้าใจ
-ต้องกำหนดวัตถุประสงค์ว่าต้องใช้ข้อมูลเรื่องใด ใช้เพื่อทำอะไร ต้องการอะไร สอบถามความต้องการจากผู้ใช้ วิเคราะห์ข้อมูลที่จำเป็นจัดเป็นกลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลแต่ละตาราง วิเคราะห์โครงสร้างข้อมูล กำหนดชนิดข้อมูล กำหนดความสัมพันธ์
5.จงยกตัวอย่างระบบงานที่ควรนำระบบฐานข้อมูลมาใช้พร้อมทั้งอธิบายเหตุผล
-งานทะเบียน เพราะว่าเป็นงานที่ทำเกี่ยวกับประวัติของพนักงานหรือนักเรียนทั้งหมด ซึ่งมีข้อมูลต่างๆหลายอย่าง